MS : ชะงัก

posted on 14 Nov 2009 21:22 by cubictrong

 

 

------------------------------------

MS : ชะงัก

ผู้ถูกเอ่ยนาม : ตรี ราตริมณิ / ว่าน วริษฐ์

------------------------------------

 

    เสียงหมัดกระทบกระสอบทรายดังก้องไปทั่วห้องซ้อมศิลปะการป้องกันตัวของอาคารกีฬา ราวกับกระสอบทรายสีเขียวอยู่นับสิบกำลังถูกระดมชกเข้าไปพร้อมๆกัน

 

   แต่ในสายตาของเด็กสาว กลับมองเห็นเด็กหนุ่มเพียงสองคนเท่านั้น ...ไม่ได้สนใจเสียงที่ดังลั่นนั่นเลย

 

 'เรี่ยวแรงเยอะกันจริงๆ...หึ..'

 

    แต่ระหว่างที่จินตนาการของเด็กสาวกำลังโลดแล่นอยู่ในโลกของนิยายในมือที่เธอกำลังอ่านพลางสลับกับมองเด็กหนุ่มทั้งสองไปด้วย

    แล้วจู่ๆเจ้าของร่างเล็กกว่าก็หยุดการชกกระสอบทรายแล้วเอ่ยขึ้น ความถี่ของเสียงชกลดลงไปครึ่งนึง ...ถูกแทนที่ด้วยเสียงกึ่งตะโกนของคนที่หยุดมือไป

 

  "แฮ่ก...แฮ่ก.. ไอ้ตรอง ฝากซื้อน้ำรึเปล่าวะ" เสียงห้าวดังอยู่ข้างตัว แต่ดูเหมือนชลทิศจะกำลังทุ่มสมาธิให้กับการชกกระสอบทราย

  "ไม่ล่ะ เรามีน้ำเปล่าอยู่ในเป้"ตรองตอบเสียง น้ำเสียงเรียบ ไร้อารมณ์ใดๆ 

 อีกฝ่ายยืนปาดเหงื่ออยู่สักครู่ "งั้นเดี๋ยวเรามานะเว้ย!"

  "อืม.."ตรองพยักหน้า ว่านจึงหันหลังวิ่งจ้ำอ้าวออกไป

 

  'เกะสาวทิ้งเสะหนุ่มไป..ไปไหนล่ะนั่น?'ความสงสัยผุดขึ้นมา เธอเพียงละสายตาจากนิยายตรงหน้าก็พบว่าเหลือเพียงเด็กหนุ่มร่างสูงที่กำลังชกกระสอบทรายอยู่เพียงคนเดียว

       เด็กสาวชะเง้อมองหาว่านอยู่ครู่หนึ่ง เสียงชกกระสอบทรายที่ได้ยินรัวๆ ครั้งแรกเริ่มผ่อนลง..

 

        ตรองค่อยๆ ลดความเร็วของหมัดลงช้าๆ ... และในที่สุดก็หยุดนิ่ง เด็กหนุ่มจบด้วยการกระแทกหมัดสุดท้ายลงไปอย่างหนักหน่วงจนกระสอบทรายเอนไปอีกฝั่ง ก่อนจะถูกทำให้หยุดนิ่งด้วยลำแขนแกร่ง

 

       ชลทิศทิ้งมือสองข้างลงข้างตัวอย่างเหน็ดเหนื่อย เขายืนนิ่งอยู่สักพักก่อนจะเอ่ยขึ้นลอยๆ

 

  "ออกมาเถอะ..ตรี"

 

  "...?" เด็กสาวเมื่อรู้ตัวว่าถูกเรียกก็ไม่ได้แสดงอาการร้อนรนเหมือนถูกจับได้ เธอเพียงเดินเข้ามานั่งลงบนม้านั่งสีเขียวที่ถูกวางไว้หลังแนวกระสอบทราย

       เด็กหนุ่มยังคงไม่หันมามอง ความเงียบเข้าครอบคลุมอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะถูกราตริมณิทำลายลง

 

  "ว่านไปไหนซะล่ะ"เธอเอ่ยพลางหยิบเอานิยายเล่มเดิมที่พับเก็บขึ้นมากางอ่าน พลางไล่สายตาไปตามความสูงของอีกฝ่ายที่ยังหันหลังให้เธออยู่

  "น่าจะได้ยินนี่?"ฝ่ายชายตอบเสียงเรียบตามนิสัย แล้วเริ่มลงมือรัวหมัดต่อ

         ตรีใช้ปลายนิ้วเรียวยาวชี้ไปยังที่ที่เธอเพิ่งเดินออกมาเมื่อกี๊ 

  "เมื่อกี๊ฉันอยู่ไกลไม่ได้ยิน"แต่เมื่อรู้ตัวว่าอีกฝ่ายไม่ได้หันมามองเธอก็ลดมือลง แล้วพลิกเปิดนิยายหน้าต่อไป

 

  "ไปซื้อน้ำน่ะ.."ชลทิศยังคงรัวหมัดต่อไปไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ ฝ่ายตรีก็นั่งอ่านหนังสือของเธอไปสลับกับมองอีกฝ่ายเป็นระยะๆ

        เวลาผ่านไปสักพักโดยมีเพียงเสียงหมัดกระทบกระสอบทราย

  "เธอมีอะไรรึเปล่า?" ตรองเอ่ยขึ้นน้ำเสียงยังนิ่งทั้งที่มือยังไม่หยุดชก สายตายังจับจ้องอยู่ที่กระสอบทราย

 

  "ไม่มีอะไรนี่"อีกฝ่ายไม่หันมามองเธอ เธอก็ไม่ยักสนใจ เธอเอ่ยตอบทั้งๆ ที่ยังสนใจแต่หนังสือสลับกับจ้องแผ่นหลังอีกฝ่าย

          จะผิดกันกับเมื่อครู่ก็แค่ตอนนี้นอกจากจะอ่านไปมองไป เธอยังพยักหน้าร่วมด้วยเป็นระยะๆ เหมือนกับกำลังเปรียบเทียบสิ่งที่อ่าน...กับคนตัวสูงที่ยืนหันหลังให้อยู่นี่

 

  "มาที่นี่เพื่ออ่านหนังสือเนี่ยนะ"เอ่ยไปก็เหมือนจะเท่านั้น เพราะดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้สนใจในคำถามของเขา เพราะเด็กสาวไม่ได้ตอบเขาตรงประเด็นแต่กลับถามคำถามแปลกๆ กลับมา

 

  "ถ้าฉันถาม นายจะตอบ?"ตรีหยุดอ่านหนังสือในมือ แล้วมองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มเงียบๆ

 

  "ตอบอะไร?"

 

  "ตอบคำถาม" น้ำเสียงเธอมีแววกวนประสาทนิดๆ ที่ทำให้ตรองนึกขำอยู่ในใจ

 

  "ถามสิ... ถ้าตอบได้จะตอบ" ตรองค่อยๆ ลดความเร็วหมัดลง แต่ก็ยังรักษาความเร็วไว้ระดับนึง

 

  "พวกนายไปไหนมาไหนกันสองคนบ่อยรึเปล่า" ตรองชะงักนิดนึงกับคำถาม

 

        พวกนาย? อ้อ สงสัยหมายถึงเรากับว่าน

 

  "พอสมควร" เด็กหนุ่มตอบไปตรงๆ แต่ในใจยังติดใจสงสัย นี่ตรีจะถามเรื่องของว่านกับเราไปทำไม?

       เด็กสาวพยักหน้า ท่าทีเหมือนจะพอใจกับคำตอบของเขาพอสมควร

  "อืม... แล้ว นายเคย... เอ่อ ช่างมันเถอะ.." ประโยคติดๆ ขัดๆ ของหล่อนทำให้ร่างสูงงุนงงเล็กน้อย ก็ตอนแรกยังกล้าถามแล้วตอนนี้เป็นอะไร

 

  "เคยอะไร?" ตรองถามกลับไปนิ่งๆ หล่อนทำหน้าชั่งใจสักครู่ ก่อนจะยกมือขึ้นชี้ไปที่มือเปล่าของเด็กหนุ่มที่กำลังใช้ชกกระสอบทราย

 

  "เคยชกจนเลือดออกอะไรแบบนี้มั้ย?" ตรีจ้องที่มืออีกฝ่าย "มือ ... เปล่าๆน่ะ"

        ฝ่ายชายเอ่ยตอบดีๆ แต่สายตาก็ยังจับจ้องอยู่ที่กระสอบทรายตรงหน้าเช่นเดิม

  "สมัยก่อนเป็น" ตรองเริ่มชกรัวๆใส่กระสอบทรายห้าหมัด "แต่เดี๋ยวนี้ไม่แล้ว"

 

  "แล้วมีคนทำแผลให้ ..รึเปล่า?"ตรีถามต่อแทบทะทันทีหลังจากที่ตรองพูดจบ

  "อืม..ก็มีบ้าง" ตรีพยักหน้า ท่าทางพอใจในคำตอบของเขา

   ...ตอนนี้เธอเริ่มจะมั่นใจในความสัมพันธ์ของเพื่อนชายคู่นี้มากขึ้นแล้ว

 

  "แล้วนายกับว่านถึงไหนกันแล้ว"

 

         ตรองได้ยินชัดเจนทุกคำพูด แต่ไม่แน่ใจในใจความที่ได้รับ

 

  "หืม ว่าอะไรนะ" ตรองถามเพื่อให้ได้รับความแน่ใจ มือใหญ่เริ่มชะงัก ชกกระสอบทรายช้าลง

         ราตริมณิเอียงคอ สีหน้าบอกชัดว่า.. นี่คำถามฉันไม่ชัดเจนพอเหรอ?

  "นายได้ยินไม่ชัด?"

  "เราไม่แน่ใจว่าได้ยินถูกรึเปล่า"

  "ถูกแล้ว..." ตรีลากเสียงยาว "มั้ง"

  "ฉันไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ นายได้ยินว่าอะไรล่ะ?" ตรองยักไหล่น้อยๆ เลือกตอบคำถามแรกที่อีกฝ่ายถามมา

  "ก็ ยังไม่สนิทกันเท่าไหร่ ว่านมันดูมึนๆ บางทีก็ร่าเริง อะไรของมันก็ไม่รู้"

       อ่ออ..

  "งั้นก็ได้ยินถูกแล้ว" หล่อนสรุปสั้นๆ แล้วยิงคำถามต่อ

  "แต่ว่านก็เจอนายบ่อยสินะ"

       ตรองชะงักเล็กน้อย ชักเดาจุดประสงค์อีกฝ่ายไม่ถูก

  "อืม..."

       คำตอบสั้นๆ ของเขาทำให้คนที่นั่งซักอยู่หัวเราะหึในลำคอ พึมพำเสียงเบา...

  "เกะร่าเริง..."

  "อะไร เกะๆ นะ?" เขาซะอีกเป็นฝ่ายถาม ท่าทางไม่ค่อยมั่นใจซักเท่าไหร่ว่าเธอพูดอะไร แต่แทนที่จะตอบคำถามเขา ร่างบางกลับยื่นหนังสือพรวดมาตรงหน้าจนเขาชะงักกึก

  "อ่านไหมล่ะ" น้ำเสียงหล่อนเรียบเฉย สีหน้านั้นก็เรียบ..เขาแน่ใจว่าเรียบไม่แพ้เขาตอนนี้ มือใหญ่หยิบหนังสือที่อีกฝ่ายยื่นให้มาดูปก

        ชื่อหนังสือเป็นตัวสีม่วงเด่นหรา ตรงหน้าปกเป็นรูปนวมวางอยู่ตรงกลางหัวใจสีชมพูสด

  "หมัดรักปักใจนายหน้าตาย?" เขาอ่านชื่อหนังสือปลายเสียงลากยาวนิดๆ เป็นประโยคคำถาม แต่อีกฝ่ายกลับนั่งนิ่งๆ พยักหน้าน้อยๆ ไม่อธิบายอะไร

      มือใหญ่จึงเริ่มพลิกหนังสืออ่านดู ..เขาอ่านหนังสือบ่อย เป็นคนอ่านเร็ว แค่มองผ่านๆ ก็จับใจความได้ ดังนั้นแค่เปิดดูไม่ถึงห้าหน้าเขาก็ปิดหนังสือลงฉับ!

      สีหน้ายังคงรีดเรียบ เขายื่นหนังสือคืนให้หล่อน

  ..บรรยากาศเงียบจนคนที่นั่งอยู่ต้องเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น

  "ไม่อ่านเหรอ?"

  "อ่านคร่าวๆ ก็พอรู้" ร่างสูงเหงื่อเกาะพราวเดินมานั่งข้างๆ เด็กสาวที่นั่งถือหนังสือสีหน้าเรียบๆ 

  "ก็นั่นแหละ...สนุกดีเรื่องนี้" ประโยคหลังหล่อนติดจะเบาลงจนแทบจะเหมือนพูดกับตัวเองมากกว่า ตรองรื้อกระเป๋าเป้หาขวดน้ำขึ้นมาดื่ม ก่อนจะสำลักพรวดจนไอค่อกแค่กกับคำถามที่อีกฝ่ายยิงมา

  "ฉันพึ่งรู้ว่าพวกตัวจริงข้างนอกเค้าไม่อ่านนิยายกัน"

  "หมายความว่ายังไง?" เขาค่อยๆ ดื่มน้ำต่ออย่างระวังมากขึ้น(กลัวสำลักอีก)

  "ก็... นายกับว่าน?"

         คราวนี้เขาไม่พลาดเเบบเมื่อกี้ แต่ถึงอย่างนั้นก็กลืนน้ำลงไปอีกอึกใหญ่...

         เรากับว่าน.. ผู้หญิงคนนี้ คิดอะไรของเขานะ

    

  "เสียใจด้วยนะ เรากับว่านไม่ใช่แบบในหนังสือ.." เสียงนั้นยังรีดเรียบ ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น ราตริมณิเองก็ดูเหมือนจะไม่ได้คิดจะจับความรู้สึกอีกฝ่าย เพราะเธอพูดต่อไปน้ำเสียงเรียบไม่แพ้เขา

  "อืม.. ก็คิดว่าอย่างนั้นอยู่...ในหนังสือมันสมมติ แต่พวกนาย..."

  "เธอมาแอบดูพวกเรา เพื่อจินตนาการตามในหนังสือ?" เขาถามขัดขึ้นก่อนหล่อนจะพูดจบประโยค นัยน์ตากลมโตสีดำขลับของหล่อนที่มองไปที่อื่นจึงหันกลับมาสบตาเขา

  "ไม่ได้แอบ...ฉันมายืนดู" เสียงเธอหนักแน่นทุกคำ ไม่มีวี่แววร้อนรนของคนถูกจับได้ว่าแอบมอง

        คนตัวใหญ่กว่านิ่งไป ผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ ..

  "สำหรับเราน่ะ.." มือใหญ่เก็บขวดน้ำใส่กระเป๋า "ไม่ได้คิดอะไร แต่ว่านมันไม่..."

  "แต่ว่านไม่? ไม่อะไร??" เสียงหวานใสซักตอบ เขาจึงขยายความประโยคตัวเองให้ชัดเจนขึ้น

  "มันคงไม่ชอบใจ.."

        ร่างบางที่นั่งข้างเขา นัยน์ตาหรี่ลง ขยับรอยยิ้มบางๆ ที่เขาเดาไม่ถูก..

  "ขอบใจที่เตือน  ฉันไม่ทำอะไรออกนอกหน้าออกตาขนาดนั้นหรอก สบายใจได้" ร่างบางลุกพรวดเตรียมหันหลังเดินออกไป ก่อนจะชะงักกึกเพราะเสียงอีกฝ่ายพูดขึ้น

  "เปล่า.." น้ำเสียงเขายังนิ่ง แต่เจือความอ่อนลงให้อีกฝ่าย และเขารู้ว่าอีกฝ่ายก็รู้ถึงน้ำเสียงนั้น "เราแค่กำลังจะบอกว่าทำไมเธอไม่ลองทิ้งตัวละครในหนังสือ แล้วหันมาสนใจตัวตนของเราจริงๆ บ้าง"

      ร่างบางหันขวับมา ใบหน้าที่เรียบเฉยที่มักจะเป็นอย่างนั้นเสมอตอนนี้มีแววงุนงงฉายชัด คิ้วเรียวขมวดมุ่น .. สีหน้าเธอตอนนี้บอกชัด เธอไม่เข้าใจที่เขาพูด

  ... ไม่ก็ พยายามไม่เข้าใจ

       ตรองถอนหายใจยาว ก่อนจะเอ่ยแต่ละคำ ช้า ชัด.. 

 

 "ไม่ต้องมีว่าน ไม่ต้องมีนิยาย มีแต่ตรี กับตรองน่ะ"

  "..." ท่าทีอีกฝ่ายนิ่งไป คิ้วเรียวขมวดมุ่นยิ่งกว่าเดิม สีหน้ายังไม่เข้าใจ..

  "ขยายความหน่อยเถอะ ฉันไม่เข้าใจ"

      ร่างสูงยืนขึ้นบ้าง เขาหันไปสนใจกระสอบทรายต่อ จ้องกระสอบทรายตรงหน้าราวกับเป็นคู่สนทนา

  "เรา.. เราแค่อยากให้เธอมองเราที่ตัวเรา ไม่ใช่มองเราเป็นอย่างอื่น" ตรองเริ่มชกกระสอบทรายต่อ แล้วพูดต่อโดยไม่มองหน้าอีกฝ่ายสักนิด

  "เราไม่ใช่หุ่นยนต์น่ะ..."

      ตรียังคงชักสีหน้าไม่เข้าใจ แต่พอจะจับน้ำเสียงอีกฝ่ายได้ .. ถึงเสียงนั้นจะเรียบจนเหมือนไม่มีความรู้สึกอะไร แต่ก็ยังมีแววเครียดอยู่

  "ตอนนี้นายเครียดรึเปล่า?"

  "ไม่หรอก เราคงเครียดก็ต่อเมื่อเธอเครียดนั่นแหละ" ลักษณะนิสัยเขาให้ความสำคัญกับคนอื่นมากกว่าตัวเองอยู่แล้ว ตัวเขาเองไม่ได้สนใจเลยอาจไม่รับรู้ แต่ร่างบางชะงักกึก

   ...ไม่ทราบคนอื่นเกี่ยวอะไรกับนายขนาดนั้นไม่ทราบ?

  "ตอนฉันเครียดๆ ฉันจะเอารูปคนที่เกลียดแปะกระสอบทรายเอาไว้ แล้วชกแรงๆ มันจะรู้สึกปลอดโปร่ง"

         ตรองยังคงชกกระสอบทรายตรงหน้าต่อไป แต่ในใจก็ยังคิดสงสัย.. ว่าเธอจะพูดอะไร?

  "ฉันให้รูปฉันใบนึงก็แล้วกัน เอาไปแปะกระสอบทรายชกแก้เครียดก็ได้"

         ถึงอีกฝ่ายจะไม่มองหน้าเธอแต่ตาดำกลมโตก็จ้องคู่สนทนาเขม็ง อย่างคนที่ตัดสินใจได้เเล้ว..

  ..จะโดนเกลียดก็ต้องยอมรับ ในเมื่อตัวเธอทำให้เขาไม่สบายใจก็ต้องทำอะไรบ้าง

  "เอาสิ" ตรองหยุดสนใจกระสอบทรายตรงหน้าแล้วหันมาหาอีกฝ่าย "งั้นแลกกัน"

  "แลก??"หล่อนยืนกระพริบตาปริบๆ ท่าทางไม่เข้าใจสถานการณ์เท่าไหร่ "ฉันไม่ได้เกลียดนายซะหน่อย จะเอารุปนายมาทำไม"

  "เอาไปจินตนาการแทนตัวเราไง" ประโยคนั้นทำร่างบางชะงักไปนิด ก่อนเขาจะเอ่ยต่อ

  "เธออยากจะจินตนาการกับรูปภาพเท่าไหร่ก็เรื่องของเธอ" เขาชี้ไปที่นิยายในมือตรีที่ยังถืออยู่ สีหน้างุนงงของหล่อนเลยคลายลงบ้าง เพราะเริ่มเข้าใจประโยคที่เขาพูด

  "แต่พอมาเจอตัวเรา... ตัวเราจริงๆ..." นัยน์ตาสีดำขลับของคนร่างสูงเป็นประกาย หล่อนจ้องกลับจนพอจะรู้ว่านัยน์ตาสีดำของอีกฝ่ายอมสีเทาเล็กน้อย

  

  "เธอช่วยมองเราให้เป็นเราทีเถอะนะ"

  

        เหมือนเสียงทุกอย่างเงียบกริบ ราวกับเวลาได้หยุดลง ทั้งสองสบตากันอยู่เนิ่นนานในความรู้สึก ในที่สุดร่างเล็กก็หลุดเสียงหัวเราะออกมาน้อยๆ

   "ได้.." เธอพึ่งแย้มรอยยิ้มละไมกว้างที่เขาพึ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก "ฉันจะมองนาย แบบที่นายเป็น"

  

   "อืม ...ขอบใจนะ" ร่างสูงเหยียดริมฝีปากออก คลี่รอยยิ้มจางๆให้เธอ ตรีชะงักไปเล็กน้อยเพราะเธอไม่เคยเห็นรอยยิ้มของผู้ชายคนนี้มาก่อน

  

         เสียงรองเท้าวิ่งกระทบพื้นดังตุ้บๆวิ่งมาแต่ไกลๆพร้อมกับขวดน้ำในมือ เด็กหนุ่มที่พึ่งวิ่งเข้ามามีสีหน้างงๆเมื่อพบกับแขก.. ที่ไม่ยืนอยู่ตรงนี้ตอนเขาออกไป

  "ตรี.. มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!" น้ำเสียงสดใสร่าเริงที่ดังขึ้น ทำรอยยิ้มตรีหุบฉับ..นัยน์ตาส่อแววประหลาด แบบที่ว่านเห็นแล้วเริ่มขนลุก สายตาหล่อนมองสลับไปมาระหว่าง เขา..สองคน

 

       แต่ก็ต้องชะงักเมื่อสบตากับร่างสูง สายตานั้นเหมือนจะห้ามปราม.. และขอร้อง หล่อนคลี่รอยยิ้มน้อยๆกครั้ง

  "มาตั้งแต่เมื่อกี้ แต่กำลังจะไปแล้ว..โชคดีละกัน" เธอหันหลังเดินไป โดยไม่เหลียวหลังมาอีก ตรองก็นิ่งเฉย... ไม่มีท่าทีอะไร

      ว่านมองสลับสองคนนั้นอย่างงุนงงเล็กน้อย

  "มีอะไรกันวะตรอง"

  "เปล่า.." คนตัวสูงคลี่ยิ้มอ่อนๆ จนว่านเองก็มองตาปริบๆ

  "เฮ้ย! ไม่มีอะไรแล้วแกยิ้มทำไมวะ"

      ตรองเดินไปซ้อมต่อโดยไม่สนใจคนที่ยังซักคำถามอยู่ .. เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงยิ้ม ..

 

     แต่เรื่องบางอย่างก็ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลเสมอไป..

 

------------------------------------

สรุป

- ตรองกับว่านมาซ้อมมวยเพื่อเตรียมตัวแข่งกีฬาสี

- ตรีมาแอบมองและจิ้นดูอยู่ห่างๆ พร้อมนิยายที่เข้าพลอตมาเป๊ะๆ

- ว่านแยกออกไปซื้อน้ำ ตรองเลยเรียกตรีออกมา

- คุยกันไปคุยกันมาตรีเริ่มจะค่อยๆเผยจุดประสงค์ตัวเองออกมาให้ตรองรู้

- ตรองฉุนนิดหน่อยเลยเตือนตรีว่าให้ระวังว่านโกรธด้วย

- ตรีเหมาเอาเองว่าตัวเองโดเกลียดเสียแล้ว เลยให้รูปตัวเองกับตรองใบหนึ่งเอาไปแปะกระสอบทรายไว้ชกแก้โมโห

- ตรองเลยแลกรูปกับตรี เพื่อให้ตรีเอารูปไปจินตนาการแทนตัวเอง และขอให้ตรีมองตรองอย่างที่เป็น

- ตรีตกลง แต่พอว่านกลับมาก็เผลอจิ้นอีก ตรองเลยปรามด้วยสายตา

- ในที่สุดตรีก็เข้าใจ และแยกออกไปจากทั้งสองคน

 

 

------------------------------------