MS : คนที่เป็นห่วง

posted on 02 Oct 2009 23:25 by cubictrong

เครดิตโครงการ โรงเรียนลูกบาศก์

 

------------------------------------------------------

ms : คนที่เป็นห่วง

ผู้ถูกเอ่ยนาม : ว่าน วริษฐ์ / ครูหมอโชค สิทธิโชค

------------------------------------------------------

 

 

"โอ๊ย!!"

ในขณะที่ความคิดกำลังเหม่อลอย เด็กหนุ่มก็เผลอสะดุดเท้าเข้ากับเนินปูนเล็กๆจนรู้สึกเสียวแปลบที่ข้อเท้า

 "ให้ตายสิ..."

คิ้วคมเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เมื่อเขาจ้องมองไปยังเนินปูนที่วางตัวขวางเดินอยู่ ก่อนจะค่อยๆก้าวเท้าข้ามมันไป

เมื่อประมาณสองสามนาทีก่อนข้อเท้าข้างซ้ายของเขายังคงใช้งานได้ดีอยู่

แต่นั่นมันก่อนที่เขาจะสไลด์ตัวไปกับพื้นดินเพื่อส่งบอลเข้าประตู....

จนเท้าไปกระแทกเสาเหล็กของโกลฟุตบอล ทำให้ข้อเท้าบิดผิดทาง

เขายกมือขึ้นยีหัวตัวเองเบาๆ พร้อมกับถอนหายใจสั้นๆอย่างเหนื่อยใจ

ตั้งแต่ขอตัวออกมาจากสนามฟุตบอลเขาก็เดินกระเผลกมาตลอดทางเพื่อไปยังห้องพยาบาล สถานที่ที่เขาใช้บริการอยู่บ่อยๆ

ว่านเลิกสนใจเนินปูนนั่นแล้วกลับมาเดินหน้าต่อ เป้าหมายของเขาอยู่อีกไม่ไกลแล้ว

การเดินแต่ละก้าวของเด็กหนุ่มค่อนข้างจะยากกว่าเดิมและผิดธรรมชาติไปสักนิด เพราะน้ำหนักตัวทั้งหมดต้องลงไปที่เท้าซ้าย และปล่อยให้เท้าขวาเป็นเหมือนเสาอากาศอ่อนๆที่โดนพื้นได้แค่นิดเดียวเท่านั้น

... เหมือนหุ่นกระบอกพิการ

เด็กหนุ่มหัวเราะให้กับความคิดของตัวเองเบาๆ เขาค่อยๆเดินไปพลางคิดอะไรไปเพลินๆจนในที่สุดก็มาถึงหน้าอาคารห้าเสียที ห้องพยาบาลอยู่ในตึกนี้เนี่ยแหละ

แต่ปราการด่านสุดท้ายก็รอเขาอยู่เช่นกัน

บันไดปูนขั้นใหญ่ที่เป็นทางขึ้นอาคารรวมทั้งหมดห้าขั้นทอดยาวขวางอยู่ตรงหน้า

ว่านค่อยๆเหลียวมองไปทางซ้าย ... ทางขวา แต่ก็ไม่เจอราวจับของบันได เมื่อขอบสุดบันไดมันก็หายไปเสียดื้อๆ แล้วก็เป็นพุ่มไม้สีเขียวที่ปลูกเรียงกันไปตามกำแพงสีขาวของตัวอาคาร

ในเมื่อไม่มีอะไรให้เกาะ ก็คงต้องเดินขึ้นไปทั้งอย่างนี้ล่ะ เด็กหนุ่มลองขยับเท้าซ้ายของเขาไปมา ลองเหยียบลงกับพื้นแล้วค่อยๆทิ้งน้ำหนักลงไป จนเริ่มชินกับการทรงตัว

 

ว่านค่อยๆก้าวเท้าทีละข้างขึ้นบนบันไดช้าๆ ประสบการณ์ในอดีตทำให้เขาพอจะรู้ว่า อาการบาดเจ็บของข้อเท้าแบบนี้ถึงแม้จะเล็กน้อย แต่ถ้าพลาดท่าตกบันไดไปอีก จากที่จะได้หายภายในอาทิตย์สองอาทิตย์อาจจะกลายเป็นเดือนสองเดือนแทน

บันไดค่อยๆผ่านไปทีละขั้น และห้องพยาบาลก็เข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ

แต่เมื่อมาถึงบันไดขั้นสุดท้าย...

 

"ห่ะ ... เฮ้ยยย!!"

 

คงเป็นเพราะรองเท้าที่เปื้อนดินจากการเล่นฟุตบอล ในจังหวะที่เด็กหนุ่มกำลังจะยกตัวขึ้น เท้าซ้ายที่รับน้ำหนักอยู่เลยลื่นพรืดไปกับบันไดจนล้มหงายหลัง

เมื่อไร้แรงเสียดทานแล้ว มวลของร่างกายก็เริ่มเปลี่ยนพลังงานศักดิ์เป็นพลังงานจลน์

สนามแรงดึงดูดโลก กำลังโน้มถ่วงมวลก้อนหนึ่งที่ชื่อว่า วริษฐ์  พิญชกิจการุณ เข้าสู่จุดศูนย์กลางโลก

แต่เขาคงไปไม่ถึงหรอก มวลของเขามันคงลงไปกองอยู่บนพื้นแข็งๆที่อยู่ห่างลงไปแค่ประมาณเมตรหนึ่งนี่แหละ

 

ว่านรีบพับคอเก็บเพื่อป้องกันไม่ให้หัวกระแทกพื้นตามหลักของยูโด

 

................

 

เด็กหนุ่มได้ยินเสียงวัตถุตกลงกระแทกพื้น

ตามด้วยแรงหนักๆจากอะไรบากอย่างมาดันหลังของเขาไว้ก่อนที่จะถึงพื้นคอนกรีต

"เป็นอะไรหรือเปล่า?" เสียงเรียบของใครบางคนดังมาจากข้างหลัง

"เอ่อ ... ผมไม่เป็นไรครับ ขอบคุณมาก" แรงนั้นค่อยๆดันตัวเขาให้กลับมายืนบนบันไดได้เหมือนเดิม

ใครกันวะเสียงคุ้นๆ ... ด้วยความสงสัย เด็กหนุ่มจึงรีบหันกลับมาหาเจ้าของเสียงทันทีที่ทรงตัวได้ ภาพที่เห็นตรงหน้าคือเพื่อนร่วมชั้นของเขาคนหนึ่งที่กำลังก้มตัวลงเก็บกระเป๋านักเรียนขึ้นมาปัดพลางพูดเรียบๆโดยไม่หันมามอง

"ไม่เป็นไรๆ"

"อ้าว ตรองหรอกเหรอ" ว่านเอ่ยทักทายพร้อมกับยิ้มกว้างให้ ตลอดเทอมที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ตรองก็มักจะโผล่หน้ามาให้เห็นอยู่ตลอดเวลา ทั้งเวลาเรียน เวลาทำกิจกรรม หรือเวลาเล่นกีฬา แต่ก็ไม่ค่อยได้พูดคุยกันอยู่ดี เรียกได้ว่าคุยกันนับครั้งได้

และนี่คงเป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่ได้คุยกันแบบตัวต่อตัว

"อืม จะมาห้องพยาบาลใช่ไหม" ร่างสูงยังยืนอยู่ที่เดิม แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะเลิกสนใจกระเป๋าแล้วหันมาสนใจคู่สนทนาแทนแล้ว

"อื้อ ใช่ พอดีข้อเท้าเคล็ดนิดหน่อยน่ะ" เด็กหนุ่มพูดพร้อมกับยิ้มเจื่อนๆให้อีกฝ่าย พลางขยับข้อเท้าขวาไปมา "เออ แต่ตอนนี้ดูท่าทางมันจะไม่หน่อยแล้วแฮะ"

คงเพราะเมื่อกี๊เผลอลื่นแล้วเผลอเอาเท้าข้างที่กำลังเจ็บอยู่รับน้ำหนักมั้ง...

ตรองเดินขึ้นบันไดมาหยุดข้างๆเขา "ให้ช่วยไหม?"

"เฮ้ย ไม่เป็นไร อีกนิดเดียวก็ถึงห้องพยาบาลแล้วน่า"

"แต่ถ้าเราช่วยพยุงไปมันก็ถึงเร็วขึ้นนี่"

... นั่นสิ นี่ถ้าคนข้างหน้าเป็นอารุจเขาคงขอให้ช่วยพาไปแล้ว แต่นี่... ก็ไม่ได้รังเกียจหรอกนะ แต่คงเป็นความเกรงใจเพราะไม่ค่อยสนิทกันมากกว่า แล้วอีกอย่าง ตรองก็ดูเหมือนว่าไม่ได้กำลังเดินเล่น หรือกำลังว่างอยู่ด้วย

"เอ่อ แต่ฉันว่านายท่าทางรีบนะ มันจะเสียเวลานายรึเปล่าเนี่ยนายรีบ...."

"แค่จะเอางานมาส่งน่ะ ไม่รีบหรอก"  เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นขัดก่อนจบประโยคพร้อมกับแววตาและรอยยิ้มจางๆที่ทำให้อีกฝ่ายไม่กล้าปฏิเสธ

"อืม... งั้นช่วยทีแล้วกัน ฮะๆ" ว่านพูดพร้อมกับยิ้มกว้างให้

"ได้เลย..."

 

 

................................

 

 

 

 

 

 

 

 

"ทีหลังเวลาข้อเท้าเคล็ดอย่าเดินมาโดยไม่มีคนประคองนะครับวิริษฐ์" ครูหมอประจำห้องพยาบาลท่าทางหัวเสียเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่าว่านเดินมาคนเดียวจนถึงหน้าอาคาร และยิ่งหัวเสียมากขึ้นอีกเมื่อได้ยินว่าถ้าตรองไม่เข้ามาช่วยว่านคงได้อีกแผลนึงที่หัว ไม่ก็หลัง

 

"แหะๆ ครับผม... ผมคิดว่ายังเดินไหวน่ะครับเลยกระเผลกๆมา" ตอนนี้ว่านกำลังนั่งอยู่บนเตียงคนไข้ และข้อเท้าข้างขวาของว่านก็ถูกแช่ลงในอ่างน้ำเย็นแล้วเรียบร้อย ส่วนครูหมอก็กำลังเตรียม อุปกรณ์ปฐมพยาบาลอยู่

 "แค่เทอมเดียวนี่นายใช้พลาสเตอร์ไปกี่กล่องแล้วเนี่ย..." ชลทิศที่กำลังยืนอยู่ข้างๆว่านเอ่ยขึ้นขณะกำลังอ่านใบประวัติสุขภาพของว่าน

กระดาษสีเขียวอ่อนที่บรรจุข้อมูลส่วนตัวของว่านทั้งหมด รวมทั้งบันทึกประวัติการเข้าห้องพยาบาลที่เขียนด้วยลายมือสองลายมือสลับกันไปมา

จนเหลือที่ว่างในใบประวัติแค่ไม่กี่บรรทัด...

สาเหตุการมาห้องพยาบาลของว่านส่วนใหญ่ก็เกิดจากการเล่นกีฬาแล้วได้แผลมานั่นแหละ

"เฮ้ย บางวันฉันก็พกมาเองเว้ย" เด็กหนุ่มโชว์พลาสเตอร์ของวันนี้ที่เตรียมใส่กระเป๋าให้อีกฝ่ายดู

"อืม ... แปลว่าที่เห็นนี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของประวัติการบาดเจ็บทั้งหมด?"

"ก็ ... เวลาเล่นกีฬามันก็ต้องมีกันบ้างล่ะน่า แผลขีดข่วนเล็กๆนั่นแหละ" เด็กหนุ่มพูดพลางยกมือขึ้นถูแก้มตัวเองเบาๆ

"อืม... แต่เราว่านายเซฟตัวเองหน่อยก็ดี" ชลทิศยื่นใบประวัติคืนให้อีกฝ่าย

และเมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังจับจ้องเขาและตั้งใจฟังเขาจึงพูดต่อ

"แม่เราชอบสอนว่า ตัวของเรามันไม่ใช่ของเราคนเดียวน่ะ มันต้องมีอยู่อีกหลายคนที่กำลังลำบากใจอยู่เพราะตัวเราดูแลตัวเราเองไม่ดี" นัยน์ตาสีดำนั้นจ้องมองอีกฝ่ายนิ่ง

"เฮ้ๆ พูดอะไรน่าขนลุกแฮะ อย่างกับจะมีวิญญาณคอยตามคุ้มครองงั้นแหละ ฉันไม่เป็นไรหรอกน่า" ว่านพูดน้ำเสียงที่เจือด้วยเสียงหัวเราะ พร้อมกับต่อยลำแขนของอีกฝ่ายเบาๆเป็นเชิงหยอกล้อ

 

"มาเริ่มทำแผลกันดีกว่านะ นายวริษฐ์" นายแพทย์หนุ่มถือถาดสเตนเลสที่มีผ้าพันแผลแบบยืด และยาใช้ทาภายนอกอีกประมาณสองหลอดเข้ามาวางไว้บนเตียงข้างๆว่าน

"อืม งั้นเราไปก่อนแล้วกัน" ตรองเดินถอยออกมาเพื่อไม่ให้เกะกะการทำงานของนายแพทย์

"เอ้า ไปแล้วงั้นเหรอ โชคดีๆ ไว้เจอกัน" ว่านโบกมือลา พลางยกเท้าขึ้นจากอ่างน้ำเย็น

"สวัสดีครับ อาจารย์สิทธิโชค" เด็กหนุ่มยกมือขึ้นไหว้อีกฝ่ายที่หันมารับไหว้

"ครับ ชลทิศ" คุณหมอหนุ่มหันกลับมายิ้มให้ตรองก่อนที่เขาจะเดินออกมาจากห้องพยาบาล

 

 

ความคิดของเด็กหนุ่มแล่นฉิวไปขณะที่เขากำลังเดินขึ้นบันไดเพื่อนำการบ้านวิชาเคมีไปส่งห้องพักอาจารย์

ถึงเขาจะพอรู้ลักษณะทางความคิดของว่านอยุ่บ้างว่า การเข้าใจ คำว่า 'ใครบางคน' นั้นหมายถึงวิญญาณ คงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่อีกใจหนึ่งก็อดไม่ได้ที่จะนึกขำ

แต่ในตอนนี้เขาคงไม่สามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าจะมีใคร ที่เป็นคนจริงๆ ซึ่งมีเลือดเนื้อ มีหัวใจ ที่กำลังเป็นห่วงนายว่านอยู่ อย่างน้อยก็ห่างๆ

อย่างน้อย...

 

 

ก็ตัวเขาเองนั่นล่ะคนหนึ่ง....

 

------------------------------------------------------

-สรุป-

- ว่านข้อเท้าเคล็ดจากการเล่นบอล แต่ยังพอเดินไหว เลยเดินมาคนเดียวเพื่อจะไปห้องพยาบาล

- ตรงทางขึ้นตึกห้า มีบันไดอยู่ (แบบที่ตามโรงเรียนทั่วไปมีแหละครับ) 

- ว่านก็เดินขึ้นไป แต่ปรากฏว่าล้มตอนถึงขั้นสุดท้ายพอดี

- ตรองมาช่วยไว้ทันพอดี เลยบอกว่าจะช่วยพยุึงไปห้องพยาบาล

- ตอนแรกว่านจะปฏิเสธเพราะความเกรงใจที่ยังรู้สึกไม่สนิทกัน แต่ก็ยอมให้ตรองช่วยในที่สุด

- ตรองประคองว่านมาจนถึงห้องพยาบาล หมอโชคฉุนนิดหน่อยที่ว่านพยายามเดินมาคนเดียว

- ตรองเห็นใบประวัติว่านที่แน่นไปด้วยประวัติการเข้าห้องพยาบาลก็เป็นห่วง

- เลยแอบแสดงความเป็นห่วงอ้อมๆ แต่ว่านก็ไม่เก้็ท

 

------------------------------------------------------

-สารจากผปค.-

 

ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณ ผอ. มากนะครับที่ช่วยวาดรูปประกอบให้ เห็นอารมชัดเจนเลย ทั้งความร่าเริงของว่านความกรุ้มกริ่มของตรองด้วย

ส่วนเนื้อเรื่องตรงนี้คงเกิดก่อนถึงช่วงงานแฟนซีนะครับ ไว้จะรวบรวมทำเป็น Timeline อีกทีนะครับ

ฝากไอเช็คคาแรคเตอร์ว่านด้วยนะ มีอะไรผิดพลาดจะ ems. คอมเม้นท์ หรือออนเอ็มมาบอกก็ได้

 

------------------------------------------------------

Edit แก้จาก ss เป็น ms แล้วครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ดูรูปที่วาดๆ
เเหน่ๆคนนึงกอดคอ คนนึง เอว ๆๆ ลั๊นลาๆ

#1 By Sugar on 2009-10-03 01:16

ตรองว่าน ตรองว่าน ตรองว่านนนน

ทำร้ายแม่ยกมาก

ฮิ้ว โบกธงสุดชีพ!!!

(รูปผอ.ยิ่งทำละลาย)

official ไปเลยคู่นี้!!

(โดนลูกสาวจิกหัวกลับบล๊อกไป)

#2 By ปันรัก on 2009-10-03 01:16

ทำไมมันวายล่ะเห้ยยยยย


กรี๊ดดดดดดด

เด็กวายฝึกหัดถูกใจ


official เลยค่า พี่โจ้

เคร้ๆๆๆๆ

*โบกธงๆๆๆๆ

วายเถิดจักเกิดผล สมหมายสอนมา *-*/

แหมๆๆ แอบเป็นห่วงเหอะนะ กร๊ากกก

คนที่เป็นห่วงอะเด้.....กร๊ากก


ปล.ผอ.วาดรูปได้น่าโฮกมาก

ถูกใจแม่ยกค่า *-*/

#3 By White on 2009-10-03 01:32

พักหลังผอ.ดูสนับสนุนอะไรแบบนี้นะคะsad smile
ขำเม้นเรวดี เด็กวายฝึกหัด 5555


ตรองว่านนี่สุโก้ยนะคะ
เป็นห่วงเป็นใยกันดีจัง แม้แต่ผอ.ยังเข้าข้างopen-mounthed smile

#5 By ป.ปุ้น,,, on 2009-10-03 11:38

มิตรภาพลูกผู้ชายช่างแน่นแฟ้นopen-mounthed smile

เพื่อนห่วงเพื่อนแบบนี้ดีแล้วค่ะน้องทั้งสอง

ตรอง...

รู้มั้ยว่าลูกพูดเหมือนกับเจ๊ยูโกะในโฮลิคเล่ม 8 เด๊ะๆ เลย

กริ้วววววว

#7 By renren119 as Shiba Kaien on 2009-10-03 15:03

เฮ้ยยยยยยยยยย!!!!



*ไ่ม่ว่างเม้น ติดไว้ก่อน
แต่โดยรวมผ่านนะ...ลูกชายเค้าโง่ดีแล้วพี่นะ

แต่ไม่ยักรู้ว่า....ผอ....

ไปซุ่มกันตั้งแต่เมื่อไหร่?

#8 By ★W. kaleido on 2009-10-03 18:19

ลืมบอกว่า...
เรื่องนี้ให้เป็นมากกว่า SS
ก็ได้นะ...

เพราะว่าสำหรับว่าน จากเหตุการณ์นี้คงทำให้สนิทกับตรองมากขึ้นอะ
เพราะว่านมันเป็นพวกถือว่าใครทำดีกับมันแล้วจะดีกลับใจหายเลยล่ะ
ป่านนี้มันคงเหมาตรองเป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งแล้วล่ะ 555

#9 By ★W. kaleido on 2009-10-03 18:22

แอร๊ยยยย
มองเมนท์บนแบบบบ อนูญาตญิ่งกว่า MS
ในที่สุด... (ลงไปขำ)

มา สกรีมเอนทรี่ก่อน
เนื้อเรื่องแบบบ ชวนโฮกจริงจังงง
เป็นมิตรภาพที่ช่างน่าประทับใจ (เคร้ๆ)
น่ารักแอร๊ยยยยยย

แบกกันไปห้องพยาบาลดีๆนะจ๊ะ

อนึ่ง จิกกัดลูกชายพี่นาเรอะ
อสอง #3 พี่นาว่าไม่ใช่แค่เด็กฝึกหัดแล้วล่ะจ๊ะ... อัพเกรดแอคทิเวทขนาดนี้
อสาม #7 ถ้าอย่างนั้นคุณแม่หลานตรองก็เป็น...

#10 By A-Rooj on 2009-10-03 21:21

เฮ้ย...
แวะมาบอกว่า
เนื้อหาในเอนทรี่อ่ะเป็น MS ได้

แต่เนื้อหาในคอมเม้นต์ ไม่ผ่านกองเซ็นเซอร์เฟร้ยยย
IS ก็พอพี่นา 55555555555

#11 By ★W. kaleido on 2009-10-04 00:06

Comment entry นี้ ชักนำมาก

แบบว่าเลื่อนมาอ่าน comment ก่อน
แล้วค่อยกลับไปอ่านเนื้อเรื่อง
ทีนี้...
อ่านยังไงมันก็เลิกจิ๊นไม่ได้อ่ะ


แต่จะว่าไป ถ้าอ่านแบบไม่อ่านเมนต์ก่อนก็คงจิ๊นนิดๆ อยู่ดี entry นี้ 555
ว้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
วายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย


แอร๊ บรรทัดล่างเค้าพิมพ์ตกไม้โทแฮะ open-mounthed smile

#13 By Rethy's on 2009-10-04 23:19